DIVE INTO The secret: สุพิชฌาย์ ชะโลธร – เลขานุการบริษัท

สุพิชฌาย์ ชะโลธร - เลขานุการบริษัท

“บรรษัทภิบาลที่แท้จริง ไม่ใช่แค่กรอบของ
กฎเกณฑ์แต่คือการยึดมั่นในความถูกต้อง
โปร่งใสในระดับ DNA เพื่อผลักดันให้องค์กร
เติบโตอย่างโปร่งใสและยั่งยืน”

บรรษัทภิบาลที่แข็งแกร่งและความโปร่งใส ก้าวสำคัญของ ‘เสริมสร้างพาวเวอร์’

 ในขณะที่หลายองค์กรเผชิญกับความท้าทายด้านบรรษัทภิบาล เสริมสร้างพาวเวอร์ ได้สร้างมาตรฐานที่แข็งแกร่งมาตลอดทศวรรษ และในปี 2024 ความมุ่งมั่นนั้นได้ผลิดอกออกผลอย่างงดงาม นอกจากความสำเร็จในการได้รับคะแนนประเมิน Corporate Governance Report (CGR) ระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีแล้ว องค์กรยังได้รับการรับรองจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านบรรษัทภิบาลในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน การบรรลุมาตรฐานบรรษัทภิบาลที่สูงได้เกิดจากการร่วมมือและช่วยเหลือกันจากทุกภาคส่วนในองค์กร ซึ่งทำให้ความสำเร็จนี้เป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกัน

ความโปร่งใส คือ หัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน

 เมื่อพูดถึงการยกระดับมาตรฐานบรรษัทภิบาลขององค์กรและการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน ชื่อของคุณนุ้ย สุพิชฌาย์ ชะโลธร เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานบรรษัทภิบาลและการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่ดีขององค์กร ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการที่องค์กรได้รับการประเมิน Corporate Governance Report (CGR) ระดับ 5 ดาว ในปี 2024 คุณนุ้ยไม่เพียงแค่ทำหน้าที่ดูแลนโยบายบรรษัทภิบาล แต่ยังเป็นแรงผลักดันในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความโปร่งใสและการดำเนินธุรกิจที่มีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม คุณนุ้ย เชื่อว่า ความโปร่งใสเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งภายในองค์กรและในสังคมในวงกว้าง

ผู้จุดประกายโครงการเพื่อสังคมขององค์กร

นอกเหนือจากการพัฒนาบรรษัทภิบาลในองค์กรแล้ว คุณนุ้ย ยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการเพื่อสังคมขององค์กร ที่มีผลกระทบเชิงบวกและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนอย่างโครงการ Light for Life ที่มุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน แต่ยังสะท้อนถึงการขยายผลบรรษัทภิบาลที่แท้จริงจากภายในองค์กรไปสู่สังคมในวงกว้าง คุณนุ้ยให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่ยั่งยืนและมีความเสมอภาค โดยเชื่อว่า บรรษัทภิบาลที่ดีไม่ได้จำกัดเพียงแค่การดำเนินงานภายในองค์กร แต่ต้องขยายผลไปถึงการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

พลิกโฉมบรรษัทภิบาล ความท้าทายและการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ

ในอดีตเสริมสร้างได้รับการประเมิน CGR เพียงแค่ 3 ดาว ไม่ใช่เพราะขาดมาตรฐานแต่เพราะกระบวนการเปิดเผยข้อมูลและรายงานขององค์กรยังไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลซึ่งการขับเคลื่อนเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้นเป็นภารกิจที่สำคัญและท้าทายโดยคุณนุ้ยได้ผลักดันให้มีการพัฒนาการรายงานและการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยใช้มาตรฐานสากลเพื่อให้การดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลสามารถสะท้อนผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา จนกระทั่งทำให้องค์กรสามารถยกระดับจาก 3 ดาวเป็น 4 ดาว และก้าวสู่ระดับ 5 ดาวได้สำเร็จ 

     การขับเคลื่อนมาตรฐานบรรษัทภิบาลให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คุณนุ้ยต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น การสร้างความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของบรรษัทภิบาล การผลักดันให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนบรรษัทภิบาลไปในทิศทางเดียวกัน และการพัฒนาระบบรายงานที่โปร่งใส ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่าย นอกจากนี้ คุณนุ้ยยังปลูกฝังแนวคิดด้านบรรษัทภิบาลให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ให้พนักงานทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรมีความสอดคล้องกับมาตรฐานที่สูงขึ้นและมีความยั่งยืนในระยะยาว

อนาคตของบรรษัทภิบาล และ วัฒนธรรมที่ยั่งยืน

การได้รับ CGR 5 ดาว และการรับรอง CAC ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเพียงก้าวแรกของการพัฒนาอย่างยั่งยืน คุณนุ้ยมองว่า อนาคตของบรรษัทภิบาลต้องไม่ใช่แค่ “กฎระเบียบ” ที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ต้องเป็น “วัฒนธรรม” ที่ฝังรากลึกในทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงพนักงาน และต้องขยายผลไปสู่การสร้างสังคมที่ดีขึ้นและยั่งยืน ซึ่ง Responsibility (ความรับผิดชอบ) การมีความรับผิดชอบทั้งในด้านการกระทำและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามที่คาดหวัง พร้อมดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและยึดมั่นในจริยธรรมและความซื่อสัตย์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งปันความรู้ ทักษะ และทรัพยากรเพื่อสนับสนุนกัน มีความสามารถในการบริหารเวลาและจัดลำดับความสำคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล คือหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของเสริมสร้างพาวเวอร์ (FAIR Culture) 

ร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน นุ้ยเชื่อมั่นว่า 

“ หากทุกคนในองค์กรร่วมมือกันและผนึกกำลังกัน เราจะสามารถยกระดับมาตรฐานบรรษัทภิบาลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างองค์กรที่โปร่งใส แข็งแกร่ง และเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและสังคมในอนาคต “

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สานต่อพลังความคิดสู่อนาคต ต่อยอดความสำเร็จ SSP Innovation 2026 Powering The Future Together สู่เวิร์กช็อปเข้มข้น

SSP ผนึกกำลัง NIA เดินหน้าโครงการ “SSP Innovation 2026” ขับเคลื่อนวัฒนธรรมนวัตกรรมองค์กร พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันสู่ความยั่งยืน

SSP ชูพลัง “บุคลากร” ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน รับเดือนแห่งความหลากหลาย ผ่านโปรเจกต์ “Our Culture, Our Stories” สะท้อนคุณค่าจากคนจริงสู่ความสำเร็จ

Scroll to Top