ประวุฒิ ศรีมโนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของพลังงานจากขยะในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ
“ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในจังหวัด นครราชสีมา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยโครงการดังกล่าวจะนำขยะชุมชนประมาณ 550 และ 600 ตันต่อวัน มาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายให้กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งนับเป็นการนำทรัพยากรที่ถูกมองว่าเป็นของเสียกลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบพลังงาน”
คุณประวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะนั้น เป็นผลจากการที่ภาครัฐได้กำหนดให้ ปัญหาการจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ภาคเอกชนตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งพัฒนาโครงการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างประโยชน์ด้านพลังงาน
“ขยะจำนวนมากยังคงถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ หลายพื้นที่อาจไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำชะขยะ กลิ่นรบกวน รวมถึงการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
สำหรับโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ขยะทั้งหมดจะถูกกำจัดภายในระบบปิด พร้อมด้วยระบบควบคุมและบำบัดมลพิษทั้งทางอากาศและทางน้ำ เพื่อให้ค่าการปล่อยมลพิษที่ออกสู่สิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีระบบควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพ การกำจัดขยะด้วยวิธีดังกล่าวก็ยังคงมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับหนึ่ง
“ดังนั้น แนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้ไขปัญหาขยะ คือการ ลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการ รีไซเคิล (Recycle)
เพื่อนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือการ นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ซึ่งล้วนเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องเข้าสู่กระบวนการกำจัด”
บริษัท SSP จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของการลดและคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง รวมถึงการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
